ภาคิน แสงวิจิตร ผู้บริหาร Motortec Group

วันนี้เรามีโอกาสนั่งพูดคุยกับ ภาคิน แสงวิจิตร กรรมการผู้จัดการของบริษัท  Motortec Group ผู้ดูแลปกป้องสีรถยนต์อันสมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อยนตกรรมชิ้นเอกของท่าน

untitled-14 (Custom)จากความชอบส่วนตัวในเรื่องเทคนิกด้านยนตรกรรม เคยทำงานกับบริษัทต่างประเทศจนมีความชำนาญพิเศษ โดยเฉพาะกับยนตรกรรมระดับหรูมาแล้วมากมาย ได้เข้าคอร์สพิเศษตั้งแต่เรื่องการซ่อมบำรุง กระทั่งเรื่องตัวถังรถยนต์ อีกทั้งได้เป็นตัวแทนที่ปรึกษา และอาจารย์ฝึกสอนให้กับหลายๆ ศูนย์บริการในด้านนี้ ทำให้ ภาคิน แสงวิจิตร’ เกิดไอเดียในการทำธุรกิจ และที่สำคัญต้องการที่จะนำความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งหมด มาเนรมิตให้กลายเป็นบริการที่สมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อยนตรกรรมชิ้นเอกของทุกท่าน

untitled-20 (Custom)“การมีมาตรฐาน ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นจะมีคุณภาพ”

“ผมจำประโยคหนึ่งในบทสนทนาได้แม่นว่า การมีมาตรฐาน ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นจะมีคุณภาพ เชื่อไหมว่ามันตรงใจผมมาก เพราะผมทำงานกับต่างชาติมา ในแบรนด์ยนตรกรรมระดับโลก การทำงานของเขามีทั้งมาตรฐาน และงานก็ออกมามีคุณภาพทุกชิ้น เมื่อผมกลับมาที่ไทย ผมเห็นความแตกต่างชัดเจนเลยว่า มาตรฐานของไทยกับมาตรฐานของเมืองนอกมันไม่เท่ากัน และผมเคยทำงานทางด้านเครื่องมือมาก่อน เครื่องมือที่เค้าใช้กับเครื่องมือที่บ้านเราใช้มันไม่เหมือนกัน มันต่างกันแบบลิบลับเลย ยกตัวอย่างเช่น เครื่องตรวจสภาพ เครื่องมือวัดค่าต่างๆ คือต่างชาติเขาใช้เครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงมาก ในขณะที่บ้านเรา แม้แต่ตัวเครื่องมือที่ใช้วัดยังไม่มีเลย บางคนเค้าใช้ทักษะ ประสบการณ์ของช่าง ใช้ช่างกะเอา มันก็เลยไม่มีมาตรฐาน และไม่มีคุณภาพ

untitled-23 (Custom)แม้แต่ตัวพ่นสี เราจะรู้ได้ยังไงว่าสีที่พ่นออกมาเป็นสีที่มีคุณภาพ ความหนาของสีกับตัวถังยึดเกาะกันได้พอดี ตัวนี้คือสิ่งที่บ้านเราไม่มี ผมจึงได้นำมาตรฐานตรงนั้นเข้ามาทำในบ้านเรา เนื่องจากมีช่วงหนึ่งผมมีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ถึงเรื่องการพ่นสีกับตัวถังแต่ละแบบ เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าตัวถังแบบนี้ใช้อะลูมิเนียม อะลูมิเนียมชิ้นนี้เป็นของที่ไหนใช้คาร์บอนไฟเบอร์อะไร คาร์บอนไฟเบอร์เป็นของที่ไหนใช้สีของที่ไหน แต่ล่ะสเป็กแตกต่างกันอย่างไร จนทำให้ผมได้พบกับสารตัวหนึ่งขึ้นโดยบังเอิญ ซึ่งในแถบบ้านเราหรือแม้แต่ในเอเชียก็ยังไม่มีใครรู้จักว่ามันคืออะไรผมก็เลยเห็นว่ามันเป็นโอกาสก็เลยไปขอเซ็นต์สัญญาเป็นตัวแทนและนำเข้ามาเป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว สำหรับตัวสารตัวนี้”

untitled-25 (Custom)“Spray Guard” สารเคลือบคุณภาพที่พร้อมปกป้องสีรถยนต์อันสมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อยนตกรรมทุกรูปแบบ

“เราได้พัฒนานวัตกรรมการดูแลสีรถยนต์ “Spray Guard” เพื่อเป็นการวิธีการรักษาสีรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แก้ทุกปัญหาและจุดอ่อนของการติดฟิล์มกันรอยและการเคลือบแก้ว นอกจากนี้เรายังมีบริการดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการเคลือบแก้ว, ติดฟิล์มกันรอย, ติดฟิล์มกระจก และการล้างขัดเคลือบต่างๆ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ชั้นนำและช่างผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินงาน ด้วยจิตวิญญาณแห่งการบริการของเรา ทุกท่านจะมั่นใจได้ว่ารถยนต์ของท่านจะได้รับการดูแลในระดับสูงสุดตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามาหาเรา จนกระทั่งวินาทีที่เราส่งมอบรถยนต์ให้กับท่าน

untitled-21 (Custom)ความแตกต่างระหว่าง Spray Guard กับการเคลือบแก้ว หรือฟิล์มกันรอย

ต้องเข้าใจก่อนว่าเคลือบแก้วที่รู้จักกันอยู่ทุกวันนี้มันถูกโฆษณาเกินจริงไปเยอะมาก เขาอาจจะเคลมว่าทำให้สีฉ่ำ น้ำไม่เกาะ กันรอย กันรังสียูวี กันสารเคมี แต่จริงๆแล้วคุณสมบัติเคลือบแก้วมีแค่ สองอย่างหลักๆ คือทำให้สีฉ่ำเงางาม และน้ำไม่เกาะ แค่นั้นเอง แต่ที่จริงไม่ได้มีคุณสมบัติในการกันรอยเลยแม้แต่นิดเดียว แม้แต่รอยขนแมวก็ไม่ได้ และแถมในเรื่องของการกันสารเคมีหรือขี้นกจริงๆ ไม่ใช่คุณสมบัติของตัวมันเองแต่เป็นคุณสมบัติที่มาพร้อมกับเรื่องน้ำไม่เกาะ เพราะสารเคมีมันเป็นน้ำ ขี้นกอะไรต่างๆ ก็เป็นน้ำ พอสารเคมีพวกนี้มันตกมาอยู่บนรถ ถ้าเกิดน้ำไม่เกาะมันก็ไหลออกไปมันก็ไม่ได้ทำความเสียหายกับตัวรถมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่คนอาจคาดไม่ถึง และไม่รู้  คือ ฟิล์มกันรอย หนึ่งต้องใช้กาวในการติด หลายที่เคลมว่าไม่กินสี สีไม่ลอกแต่จริงๆ แล้ว อันนี้คือในมุมของคนขายใช่มั้ยครับ เค้าก็ต้องบอกว่าปลอดภัย ไม่กินสีไม่มีปัญหา แต่ในมุมของผมซึ่งผมทำงานตัวถังและสีมาและก็ได้คุยกับคนที่ทำตัวถังและสีสำหรับซุปเปอร์คาร์ทั่วโลก พอไปอยู่ตรงนั้นมันก็มีคนจากหลายๆ ประเทศส่งเข้ามาใช่ไหมคับแล้วก็ได้คุยกัน ผมกล้าพูดได้เลยว่า 90-100%  มีปัญหานี้หมดดูยังไงสีก็ถูกกิน เวลาใช่ไปนานๆ เราจะลอกฟิล์มออก ยังไงสีก็เสียครับ แต่อาจจะใช้เวลานานหน่อย สมมุติเปลี่ยนทุกปีอาจจะไม่เท่าไหร่ หรือว่าสองปีสามปีเปลี่ยนที แต่ถ้าเริ่ม สามสี่ปี จะเริ่มมีปัญหาแน่นอน แล้วสีเสียรถระดับหรูแบบนี้มีมูลค่ามาก เสียขึ้นมาก็เสียเงินเยอะกว่าเดิมอีก แทนที่จะไม่ให้มีปัญหากันรอยกันอะไรอีกกลายเป็นว่าต้องเสียสีไป

untitled-8 (Custom)แต่สำหรับ Spray Guard จะถนอมสี และตัวถังได้สมบูรณ์แบบ เนื่องจากไม่มีกาวปลอดภัยต่อสีรถมากกว่า เราใช้การพ่นในการติดตั้งทำให้มันเข้าถึงทุกซอกทุกมุมในขณะที่ถ้าฟิล์มกันรอยเค้าจะต้องตัด ตัดบางรูปทรงที่เข้าไม่ถึง พอมันเข้าไม่ถึงเค้าต้องตัดออกบริเวณนั้น ทำให้มันจะแหว่งๆ แต่ของเราจะไม่มีแบบนั้นเลย ซึ่งถ้าคนไม่มีประสบการณ์ในการใช้ฟิล์มกันรอยจะเห็นได้ว่าพอใช้ไปสักพักไม่กี่เดือนจะเห็นได้ว่าพวกฝุ่นคราบสกปรกจะมาติดตามขอบฟิล์มก็จะเป็นรอย เป็นเส้นเป็นรอยขีดๆ ถ้าเป็น Spray Guard ของเราจะไม่มีขอบเลย คือเหมือนไม่ได้ติดอะไรมาเลย ในขณะที่ถ้าเป็นฟิล์มกันรอยมันจะ มีขอบ เป็นเส้น เป็นรอยขีดเต็มรถไปหมด มันก็จะดูไม่สวย ขณะที่ Spray Guard ไม่มีกาว ไม่มีความเหนียวติดทนอยู่เลย ในขณะที่ฟิล์มกันรอยทั่วไปเวลาดึงออกไปมันก็จะเหนียวติดมืออยู่ของเราก็จะปลอดภัยต่อสีมากกว่า ก็อย่างที่บอกมันเข้าถึงทุกซอกมุมจริงๆ”

untitled-3 (Custom)การดูแลรักษาไม่ยากอย่างที่คิด

“ดูแลรักษาเหมือนสีทั่วไปเลย ขัดเคลือบสีได้ปกติ ถ้าเกิดเป็นรอยขีดลึก สามารถขัดลบรอยได้ในขณะที่เป็นฟิล์มกันรอยถ้าเป็นรอยขึ้นมาต้องลอกเปลี่ยนใหม่อย่างเดียว ที่สำคัญเรามีการการันตีในส่วนของคุณสมบัติฟิล์ม ที่ 10 ปี อันนี้การันตีจากโรงงานเลย มีปัญหากลับมา ให้เรากลับมาก็แก้ไขได้ ถ้าพ่นแต่ข้างนอก ไม่ถอดชิ้นส่วน อันนี้เราการันตี 3 ปี แต่ถ้าถอดชิ้นส่วนทั้งหมดเลยแล้วพ่นทั้งชิ้นอันนี้เรารับประกันตลอดชีพ เพราะเรามั่นใจ ยังไงก็ไม่มีทางลอก ซึ่งถ้าเป็นฟิล์มกันรอยทำไม่ได้แน่นอน”

untitled (Custom)Motortec ตั้งอยู่ที่ซอยรามคำแหง185 มีนบุรี กรุงเทพมหานคร บริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางชัน เราใช้เครื่องมือและเครื่องจักรที่ล้ำสมัยที่สุดที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องถ่วงล้อ, เครื่องถอดยาง, เครื่องตั้งศูนย์, เครื่องวัดตัวถังระบบคอมพิวเตอร์ และห้องอบสีพร้อมระบบควมคุมความชื้นสัมพัทธ์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับ Spray Guard และ Spray Wrap โดยเฉพาะ

Comments are closed.